สงครามราคาน้ำมันรัสเซีย–ซาอุดีอาระเบีย พ.ศ. 2563
วันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2563 ซาอุดีอาระเบียได้ประกาศสงครามราคาน้ำมันกับรัสเซีย หลังการเจรจาในกลุ่มโอเปกพลัส (OPEC+) ล้มเหลว เนื่องจากรัสเซียปฏิเสธที่จะลดกำลังการผลิต ท่ามกลางความต้องการน้ำมันที่ร่วงลงอย่างหนักจากวิกฤตการระบาดของโควิด-19 การประกาศลดราคาน้ำมันลง 6-8 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ร่วงลงถึง 30% ซึ่งมากที่สุดนับตั้งแต่สงครามอ่าว ขณะที่น้ำมันดิบสหรัฐ (WTI) ก็ดิ่งลง 20% และค่าเงินรูเบิลของรัสเซียอ่อนค่าลง 7% เหตุการณ์นี้เป็นชนวนให้เกิด"วันจันทร์ทมิฬ" (Black Monday) ในวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2563 โดยดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงกว่า 2,000 จุด (มากกว่า 7%) ถือเป็นการร่วงรายวันที่หนักที่สุดในประวัติศาสตร์ จนต้องใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์หยุดการซื้อขายชั่วคราว ความขัดแย้งนี้มีภูมิหลังมาจากการผลิตน้ำมันจากชั้นหินดินดานที่เพิ่มขึ้น และการก่อตั้งโอเปกพลัสในปี 2559 เพื่อพยุงราคา แต่เมื่อโควิด-19 ทำให้ความต้องการน้ำมันลดลงต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2551 โอเปกจึงเสนอให้ลดการผลิตเพิ่ม แต่รัสเซียไม่ยอมรับข้อเสนอในวันที่ 6 มีนาคม ต่อมาซาอุดีอาระเบียตอบโต้ด้วยการเพิ่มกำลังการผลิตจาก 9.7 ล้านบาร์เรลต่อวันเป็น 12.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่รัสเซียก็เตรียมเพิ่มการผลิตเช่นกัน แม้ราคาจะดีดตัวขึ้นเล็กน้อยในเวลาต่อมา แต่ความผันผวนครั้งนี้ได้สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจโลกอย่างใหญ่หลวง
Source: สงครามราคาน้ำมันรัสเซีย–ซาอุดีอาระเบีย พ.ศ. 2563 — Wikipedia · Summary by RollWiki AI · Language: Thai