เหตุปะทะไทย–กัมพูชา พ.ศ. 2568–2569

เหตุปะทะไทย–กัมพูชา พ.ศ. 2568–2569 เป็นการเผชิญหน้าทางทหารเต็มรูปแบบที่ยกระดับจากความตึงเครียดชายแดนเรื้อรัง โดยเกิดการปะทะหลัก 2 รอบ คือ วันที่ 24–28 กรกฎาคม และ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2568 บริเวณชายแดนใกล้จังหวัดศรีสะเกษ ความขัดแย้งนี้มีรากฐานจากสนธิสัญญายุคล่าอาณานิคม (พ.ศ. 2447–2450) และข้อพิพาทเรื่องปราสาทพระวิหาร ซึ่งยืดเยื้อมาตั้งแต่คำตัดสินของศาลโลกในปี 2505 และเคยปะทะกันอย่างรุนแรงในช่วงปี 2551–2554 จุดชนวนสำคัญในปี 2568 เริ่มจากเหตุการณ์ที่ทหารไทยสั่งระงับกิจกรรมร้องเพลงชาติกัมพูชาที่ปราสาทตาเมือนธมในเดือนกุมภาพันธ์ และการปะทะด้วยอาวุธที่ช่องบกในเดือนพฤษภาคม ในการปะทะรอบแรก ฝ่ายไทยรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 16 นายและพลเรือน 14 คน ขณะที่กัมพูชารายงานทหารเสียชีวิต 46 นาย โดยมีผู้พลัดถิ่นกว่า 130,000 คนใน 4 จังหวัดชายแดน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ฮุน มาแณต เตือนไม่ให้ใช้วาทกรรมชาตินิยม ขณะที่ฝ่ายไทยใช้แฮชแท็ก #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด เพื่อสร้างขวัญกำลังใจทหาร และทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวโทษกันว่าเป็นฝ่ายเริ่มยิงก่อนในวันที่ 24 กรกฎาคม เหตุการณ์ดังกล่าวยังคงดำเนินต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน สะท้อนปัญหาพรมแดนที่ยังไม่ยุติ และเป็นจุดบรรจบของอิทธิพลทางภูมิรัฐศาสตร์จากมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ และจีน