วิกฤติหนี้สาธารณะยุโรป

วิกฤตหนี้สาธารณะยุโรป (หรือวิกฤตยูโรโซน) เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2552 ส่งผลกระทบต่อประเทศสมาชิกยูโรโซนหลายประเทศ เช่น กรีซ โปรตุเกส ไอร์แลนด์ สเปน และไซปรัส ซึ่งไม่สามารถชำระหนี้หรือกู้เงินใหม่ได้โดยไม่ต้องพึ่งความช่วยเหลือจากภายนอก สาเหตุหลักมาจากการโอนหนี้ภาคเอกชนจากฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์มาเป็นหนี้สาธารณะจากการช่วยเหลือธนาคาร รวมถึงการใช้จ่ายภาครัฐและบำนาญที่ไม่ยั่งยืนของกรีซ และโครงสร้างยูโรโซนที่ขาดสหภาพการคลัง

มาตรการช่วยเหลือที่สำคัญเริ่มขึ้นในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2553 เมื่อรัฐมนตรีคลังยุโรปอนุมัติเงินช่วยเหลือ 750,000 ล้านยูโร ผ่านกองทุน EFSF ตามด้วยการให้กู้ยืมแก่กรีซ 110,000 ล้านยูโร ไอร์แลนด์ 85,000 ล้านยูโร และโปรตุเกส 78,000 ล้านยูโร ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2554 ผู้นำยูโรโซนประชุมที่บรัสเซลส์ ตกลงลดมูลค่าพันธบัตรกรีซลง 50% เพิ่มกองทุนเป็น 1 ล้านล้านยูโร และให้ธนาคารเพิ่มทุน 9% ท่ามกลางการประท้วงต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัดของชาวกรีก ท้ายที่สุด กรีซเป็นประเทศเดียวที่ผิดนัดชำระหนี้ในปี พ.ศ. 2558 หลังได้รับการลดหนี้ในปี 2555 นับเป็นวิกฤตครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งยูโรโซนในปี พ.ศ. 2542